Categories
News

สุขภาพมื้อเช้าดีๆ ที่หลายคนชอบ “โอ๊ตมีล”

สุขภาพมื้อเช้าดีๆ ที่หลายคนชอบ “โอ๊ตมีล” หากคุณเริ่มเบื่อซีเรียลแบบเดิมๆ ในมื้อเช้าแล้ว แต่ยังต้องการอาหารเช้าแบบง่ายๆ ที่เหมาะกับเวลาเร่งรีบ อิ่มง่าย สบายท้อง และดีต่อสุขภาพ ขอนำเสนอ โอ๊ตมีล คุณประโยชน์ดีๆ จาก ข้าวโอ๊ต ที่จะช่วยให้มื้อเช้าของคุณไม่จำเจอีกต่อไป แต่โอ๊ตมีลจะดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันที่บทความนี้เลย

โอ๊ตมีล คืออะไร
อาจจะเป็นที่สับสนสำหรับใครหลาย ๆ คน ว่าตกลงแล้ว ข้าวโอ๊ต กับ โอ๊ตมีล มันต่างกันยังไง? เพราะก็เป็นข้าวโอ๊ตเหมือน ๆ กัน แต่ในความจริงแล้วเวลาพูดถึงข้าวโอ๊ต มักจะหมายถึงเมล็ดข้าวโอ๊ตทั้งเมล็ด และยังไม่ผ่านการแปรรูปใด ๆ ส่วนมากมักจะใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือใช้ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ แต่โอ๊ตมีลจะหมายถึง ข้าวโอ๊ต ที่ผ่านการบด หรือผ่านกรรมวิธีการแปรรูปที่สามารถทำให้สุกได้เร็วภายในเวลาไม่กี่นาที เรามักจะกินโอ๊ตมีลกันในรูปแบบของซีเรียล เติมน้ำร้อน หรือเติมนมอุ่น ๆ รับประทานเป็นมื้อเช้า โอ๊ตมีลจะมีความนิ่ม ความแฉะ คล้ายกับโจ๊ก

ลดความดันโลหิต
ข้าวโอ๊ต มีสารต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นจนอาจจะเรียกได้ว่า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถพบได้เฉพาะในข้าวโอ๊ตเท่านั้น ได้แก่ อาวีนันทราไมต์ (Avenanthramide) ซึ่งจะเข้าไปผลิตก๊าซไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) โมเลกุลของก๊าซจะช่วยขยายหลอดเลือดให้กว้างขึ้น ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง มากไปกว่านั้นอาวีนันทราไมต์ยังมีส่วนช่วยลดอาการคัน และมีสรรพคุณต้านการอักเสบด้วย

อุดมไปด้วยเบต้า กลูแคน
ข้าวโอ๊ต มีเบต้า กลูแคน (Beta glucan) ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดที่สามารถละลายในน้ำได้ประเภทหนึ่ง เมื่อเบต้า กลูแคนเข้าสู่ร่างกายและถูกละลายในน้ำแล้ว จะแปรเปลี่ยนสภาพคล้ายกับเจล ซึ่งเบต้ากลูแคนนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงลำไส้ให้แข็งแรง และทำให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้นอีกด้วย

ดีต่อการลดน้ำหนัก
ผู้ที่อยู่ระหว่างการควบคุมอาหาร หรือการลดน้ำหนัก จำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ข้าวโอ๊ต เป็นหนึ่งในตัวเลือกดี ๆ สำหรับความต้องการนั้น เนื่องจากมี เบต้า กลูแคน (Beta-glucan) ที่ช่วยกระตุ้นการปล่อยเปปไทด์วายวาย (Peptide YY, PYY) ซึ่งเป็นฮอร์โมนในลำไส้ ทำหน้าที่ในการตอบสนองต่อการรับประทานอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มได้ง่ายขึ้นและนานขึ้น เมื่อรู้สึกอิ่มมากขึ้น ความอยากอาหารในมื้อต่อไปก็จะลดลง ทำให้ได้รับปริมาณแคลอรี่ในอาหารมื้อต่อไปน้อยลงอีกด้วย

ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
เบต้า กลูแคนใน ข้าวโอ๊ต มีส่วนสำคัญในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะเมื่อถูกลำเลียงไปยังกระเพาะอาหารแล้ว เบต้า กลูแคนจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเจล ทำให้กระเพาะอาหารไม่ว่าง และชะลอการดูดซึมกลูโคส (Glucose) เข้าสู่ร่างกาย จึงมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และยังช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย

บรรเทาอาการท้องผูก
ผู้ที่ลำไส้ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหว มักจะประสบกับปัญหาท้องผูก ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่จากผลการวิจัยพบว่า การรับประทาน ข้าวโอ๊ต มีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ เนื่องจาก ข้าวโอ๊ต มีไฟเบอร์สูง ไฟเบอร์ในข้าวโอ๊ตจะช่วยให้ของเสียในระบบทางเดินอาหารสามารถเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้กระบวนการลำเลียงอาหารดีขึ้น จึงช่วยลดอาการท้องผูกได้

เหมาะสำหรับผู้มีอาการแพ้กลูเตน
ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตน มักจะไม่สามารถรับประทานธัญพืชได้เท่าไหร่นัก เนื่องจากธัญพืชหลายชนิดมักจะมีกลูเตนรวมอยู่ด้วย แต่จากผลการวิจัยพบว่า ข้าวโอ๊ต เป็นธัญพืชที่ปราศจากกลูเตน ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตนจึงสามารถรับประทานได้ มากไปกว่านั้น ผู้ที่เป็นโรคเซลิแอค (Celiac Disease) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาการทางสุขภาพที่เกิดจากการแพ้กลูเตนในอาหาร ก็สามารถรับประทาน ข้าวโอ๊ต ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน