Categories
News

สหรัฐ “กังวล” โครงการจรวดไฮเปอร์โซนิกรัสเซีย-จีน

นายโรเบิร์ต วูด ผู้แทนถาวรของสหรัฐ ด้านการปลดอาวุธและอนุสัญญาห้ามอาวุธชีวภาพ (บีดับเบิลยูซี) ประจำสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เมืองเจนีวา กล่าวเมื่อวันจันทร์ ว่าเทคโนโลยีการพัฒนาอาวุธนำวิถีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง หรือไฮเปอร์โซนิก เป็นประเด็นที่รัฐบาลวอชิงตันมีความวิตกกังวลมาโดยตลอด และระงับการพัฒนาอาวุธลักษณะนี้ “นานระยะหนึ่งแล้ว”

อย่างไรก็ตาม การที่รัสเซียและจีนเดินหน้าพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิกอย่างต่อเนื่อง ทำให้สหรัฐ “ต้องตอบสนองให้สอดคล้องกัน” และรัฐบาลวอชิงตันคาดหวังว่า จะมีการหารือกันในระดับนานาชาติ เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ และกลไกที่เป็นพื้นฐานเดียวกัน เกี่ยวกับการพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก

ทั้งนี้ วูดยกตัวอย่าง ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก “อาวองการ์ด” (Avangard) ซึ่งกองทัพรัสเซียนำเข้าประจำการ เมื่อเดือน ธ.ค. 2562 หรือประมาณ 1 ปี หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดตัว อาวองการ์ด คือ 1 ใน 6 อาวุธเชิงยุทธศาสตร์ยุคใหม่ สามารถทนแรงเสียดทานจากอุณหภูมิได้สูงสุด 2,000 องศาเซลเซียส เดินทางเร็วกว่าเสียง 27 เท่า และสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ที่มีน้ำหนักสูงสุด 2 เมกะตัน

ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลมอสโกมีแผนติดตั้งอาวองการ์ดกับขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) รุ่น “อาร์เอส-18บี” ที่ผลิตในยุคสหภาพโซเวียต และไอซีบีเอ็มรุ่นใหม่ “อาร์เอส-28 ซาร์มัต”

ท่าทีดังกล่าวของผู้แทนรัฐบาลวอชิงตัน เกิดขึ้นหลัง เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกแบบพร้อมติดหัวรบนิวเคลียร์ด้วย เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า พัฒนาการด้านเทคโนโลยีทางทหารของจีนนั้น “ก้าวไปไกลเกินกว่าที่สหรัฐเคยประเมินไว้”

แต่นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า รายงานนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สิ่งที่มีการทดสอบไม่ใช่ขีปนาวุธ แต่เป็น “พาหนะเพื่อการขนส่งทางอวกาศ” และการทดสอบเกิดขึ้น “ตามกำหนดการที่วางแผนไว้นานแล้ว” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบพาหนะที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้ การทดสอบเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ค. ไม่ใช่เดือน ส.ค. ตามรายงานของเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส